วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเรียนและประเมินผู้สอน


                                          สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเรียนและประเมินผู้สอน
            
            ยุคนี้เป็นยุคแห่งการติดต่อสื่อสารที่สามารถติดต่อได้ไกลเช่นจากนอกโลกมายังโลก ติดต่อไปคนละทวีป คนละจังหวัดซึ่งในการติดต่อส่วนใหญ่จะใช้ภาษาอังกฤษทั้งสิ้นดังนั้นเวลาเราต้องการติดต่อสื่อสารให้เข้าใจอย่างลึกซึ่งและมีความหมายตรงกับที่เขาสื่อสารมานั้นเราต้องรู้ว่าวัฒนธรรมของเขาเป็นอย่างไร ใช้ในบริบทไหนซึ่งในการแปลมีหลักอยู่คือ สั้น กระชับ รัดกุมและสละสวย ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานสำหรับคนที่แปลภาษาอังกฤษสู่อีกภาษาหนึ่ง โดยเฉพาะเราที่เป็นครูภาษาอังกฤษจึงมีการจัดให้เรียนเรื่องการแปลเพื่อฝึกฝนทักษะทางด้านการแปลให้มากดี มีความชำนาญ
                เนื่องจากรายวิชานี้เป็นรายวิชาการแปลหนึ่งที่เรียนการแปลจากภาษาอังกฤษสู่ภาษาไทยซึ่งก่อนที่จะเรียนวิชานี้ข้าพเจ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องยากอย่างมากเพราะตัวผมเองเป็นคนที่ไม่ค่อยมีคลังคำศัพท์อยู่ในสมองจึงได้วางวัตถุประสงค์ไว้สองสามข้อด้วยกนคือ

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Homework (if clause)

If-clause


                        1. If you fly economy class to US with our airline this month, you will get a special discount.
                    ถ้าคุณบินชั้นประหยัดเพื่อไปยังอเมริกากับสายการบินของเราในเดือนนี้ คุณจะได้รับส่วนลดพิเศษ 30เปอร์เซ็นต์
        2. If Bangkok (Bkk) had a better public transportation system, the traffic problem would not be the critical. 
                   ถ้ากรุงเทพมีระบบการขนส่งสาธารณะดีขึ้น ปัญหาทางจราจรก็จะไม่เป็นวิกฤติ
       3. If it had not been a selfishness of the owner of the Royal Praza Hotel, hundreds of people would not have been killed. 

                  ถ้าฉันไม่ใช่เจ้าของโรงแรมโรยอล พลาซ่า ที่มีความเห็นแก่ตัว ประชาชนหลายร้อยคนก็ไม่ถูกฆ่า

งานแปลเรื่องสั้น เรื่อง The Ticket winner

งานแปลเรื่องสั้น
 เรื่อง The Ticket winner

  
บทที่ 1

          บ่ายวันหนึ่งในเมืองเล็กๆ แอมม่า คาร์เทอ เดินออกมาจากร้านรองเท้าพร้อมกับหิ้วรองเท้าคู่ใหม่ออกมาด้วย ซึ่งแม้ว่ามันจะเป็นรองเท้าที่ถูกๆแต่เธอก็พึงพอใจที่จะใส่มัน แอมม่ามีอายุ 73 ปีแต่หล่อนก็มีเงินไม่เยอะ หลังจากนั้นเธอก็กำลัง
 ' เธอคิดถึงแก้วกาแฟและตอนนี้ฉันสามารถเดินเล่นได้เพราะมีรองเท้าแล้ว'
          เมืองนี้เป็นเมืองที่เงียบมากและไม่มีใครสักคนบนถนน ทันใดนั้น เอมม่าได้ยินเสียงบางอย่างที่ด้านหลังของเขา แต่เขาก็ไม่ทันได้หันไปมองเขา มีผู้ชายวิ่งเข้ามาหาเธอทางด้านหลัง ตีเข้าทีหัวแล้วก็กระชากกระเป๋าออกจากแขนของเธอ เธอล้มลงแต่เธอก็ยังพยายามมองผู้ชายคนนั้นซึ่งเห็นเป็นผู้ชายที่สูง ผมสีน้ำตาล เขาหยุดแล้วหันมามองหล่อนแล้วก็วิ่งไปพร้อมกับกระเป๋าของหล่อน
เอมม่าร้องตะโกนช่วยฉันด้วยด้วย ช่วยฉันทีแต่ก็ไม่มีใครช่วยเหลือ
          หลังจากนั้นสองสามนาทีเธอก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆและเดินไปบ้านที่อยู่ใกล้สุด ซึ่งเจ้าของบ้านนั้นเป็นคนใจดี พวกเขาให้หล่อนทานกาแฟแล้วรถฉุกเฉินก็มาพาเธอไปโรงพยาบาล ที่โรงพยาบาล หมอดูแผลของหัวกับที่หลังของเธอแล้วบอกว่า

การอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะ”

การอบรมเชิงปฏิบัติการ
เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะ

ภาคเช้าในวันแรกของการอบรม
                ในภาคเช้าเป็นการเสวนางานวิจัยในหัวข้อ Beyond language learning โดยผศ.ดรประกาศิต สิทธิติกุล  อาจารย์สุนทร บุญแก้วและดร.สุจินต์ หนูแก้วซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการทำงานและงานวิจัยมานานแต่ในครั้งนี้ทั้งสอนคนคือ อาจารย์สุนทร บุญแก้วและดร.สุจินต์ หนูแก้วได้นำเสนองานวิจัยของตนเองที่ลักษณะต่างกันซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์กับพวกเราทุกคน
                ดร.สุจินต์ หนูแก้ว กล่าวถึงลักษณะของบุคคลในทศวรรษที่ 21 ที่ขาดทักษะทางด้านการวิเคราะห์ เช่นเวลามีเรื่องราวอะไรที่ชาวโลกออนไลน์แชร์กัน ก็หลงเชื่อโดยปราศจาการวิเคราะห์ ซึ่งเป็นปัญหาอันใหญ่หลวงที่ทำให้ปัจุปันมีแต่เรื่องวุ่นวาย ซึ่งท่านได้บอกถึง การคิดวิเคราะห์สองตัว คือ Analysis และ Analytical ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันโดยที่ตัวแรก Analysis เป็นเพียงการนำเอาข้อมูลมาวิเคาระห์แต่ไม่เอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิต เช่นการจำแนก การจัดกลุ่ม ส่วน Analytical จะเป็นรูปแบบของการนำสิ่งที่ผ่านการวิเคาระห์ไปแก้ปัญหา เช่นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ว่าสิ่งนี้เป็นแบบนี้และแก้แบบนี้น่าจะถูกต้อง

เทคนิคการจำศัพท์ (Out Class XI)

เทคนิคการจำศัพท์ 
(Out Class XI)


                การเรียนภาษาอังกฤษเป็นการเยนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ไม่จบไม่สิ้นคือมีการเรียนรู้ไปจนตายซึ่งในการเรียนภาษาอังกฤษนี้ถ้าหากใครมีความสามารถในการจำคำศัพท์ได้เยอะๆก็จะทำให้ได้เปรียบและมีโอกาสประสบความสำเร็จในการเรียนและการรู้คำศัพท์เยอะนี้มีผลต่อการติดต่อสื่อสารซึ่งในครั้งนี้เป็นการกล่าวถึงเคล็บลับหรือวิธีการที่ทำให้สามารถจำคำศัพท์ได้เยอะขึ้น
                1. จำจากบทความภาษาอังกฤษ
               เคล็ดลับแรกคือการอ่านบทความภาษาอังกฤษบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือหนังสือภาษาอังกฤษอื่นๆ และเมื่ออ่านแล้วก็จะพบว่าจะมีศัพท์ภาษาอังกฤษบางคำที่เราไม่รู้ความหมาย
ก็นำไปเปิดหาความหมายและจดจำไว้ครับ ซึ่งการที่เราอ่านบทความและเจอศัพท์ที่ไม่รู้แล้วนำไปเปิดหาความหมายนั้นจะช่วยให้เราสามารถจำศัพท์ได้นานกว่ามานั่งท่องทีละคำอย่างแน่นอน เพราะเมื่อเจอศัพท์เหล่านี้อีกครั้ง ก็จะจำได้ว่าเคยเจอมาก่อนในประโยคนี้ในบทความนี้ แล้วเราก็จะนึกความหมายออกอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้เราสามารถนำไปใช้ได้ดีขึ้นด้วย เพราะครั้งแรกที่เราเห็นศัพท์นั้นเราได้เห็นวิธีการใช้ศัพท์นั้นผ่านประโยคในบทความด้วยนั่นเอง

Adverb Clause (Out Class X)

Adverb Clause
(Out Class X)


Adverb Clause หมายถึงอนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายข้อความของประโยคหลัก

            Subject + verb+ Clause Marker + Subject + Verb
           
            Clause Marker + Subject + Verb, Subject + Verb

                       
                                    I won’t go where he goes.
                                                ฉันจะไม่ไปในที่ที่เขาไป

                                                As I was walking alone the street, I saw an accident.
                                                ขณะที่ผมกำลังเดินไปตามถนนผมเห็นอุบัติเหตุ
                                                Although the man is poor, he is honest.
                                                ถึงแม้ว่าเขาจะจนแต่เขาก็ซื่อสัตย์

Noun Clause (Out Class IX)

Noun Clause
(Out Class IX)

                Noun Clause คืออนุประโยคที่ทำหน้าที่เสมือนคำนามคำหนึ่งซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้งประธาน กรรม เป็นส่วนสมบูรณ์
               
                โครงสร้างของ Noun Clause

Clause Markers + Subject + Verb

Clause Markers + Verb

                หมายเหตุ : Clause Marker สามารถทำหน้าที่เป็นประธาน ได้ในเวลาเดียวกัน

                                ตัวอย่าง: One additional feature of the car is that it has push button windows.
                                                ลักษณะเด่นเพิ่มเติมอีกอย่างหนึ่งของรถยนต์คันนี้คือ มันมีปุ่มกดที่หน้าต่าง 
                                                What was in the box surprised everyone.
                                                สิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นทำให้ทุกคนประหลาดใจ

Clause Marker (Out Class VIII)

Clause Marker
(Out Class VIII)


                Clause Markers ใน Noun Clause ถูกกำหนดโดยความหมายและหน้าที่ของ Clause Markers แต่ละตัว

What เป็น Clause Markers ที่มีความหมายว่า สิ่งที่ สิ่งซึ่ง
                ตัวอย่าง : What she said is not true.
                                สิ่งที่เธอพูดไม่เป็นความจริง
                                What is urgently needed now is your cooperation.
                                สิ่งที่ต้องการเร่งด่วนตอนนี้ คือความร่วมมือของคุณ
                                Linda did what she was told to do.
                                ลินดาได้ทำสิ่งที่เธอถูกบอกให้ทำ


Conditional sentences (Out class VII)

Conditional sentences
(Out class VII)


                Conditional sentencesหรือที่หลายๆคนรู้จักกันในชื่อ if – clause ซึ่งจะประกอบด้วย อนุประโยคสองประโยค ซึ่งจะมี 1 ประโยคที่ใช้ if ในการขึ้นต้น คำว่า if แปลว่า ถ้า สมมุติว่า ถ้าหากว่า

If it rainswe can’t go out.
We can’t go out if it rains.
           
            ทั้งสองประโยคด้านบนมีความหมายเหมือนกันแต่จะมีการวางอนุประโยคที่แตกต่างกันโดยประโยคที่ขึ้นต้นด้วย IF จะต้องมี COMMA คั้นระหว่าง แต่ถ้าไม่ขึ้นต้นด้วย IF ไม่ต้องใส่ใดๆทั้งสิ้น


Adjective clause (Out class VI)

Adjective clause
(Out class VI)


                Adjective clause คือ Subordinate clause or relative clause ที่ทำหน้าที่ขยายคำนามหรือคำสรรพนามซึ่งเมื่อลดรูปแล้วจะได้เป็น Participial phrase หรือ Adjective phrase

                Adjective clause จะมี relative pronoun หรือ relative adverb นำมาข้างหน้า
ดังนั้น adjective clause จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “relative clause” 

1.            Who
                                แทน คน โดยใช้เป็นประธานของประโยคเสมอ
                                แปลว่า ผู้ซึ่ง” “คนที่หรือ ที่
               
SUBJECT + WHO + VERB2 + VERB1

SUBJECT + VERB+ OBJECT + WHO + VERB2

Adjective Clause (Out Class V)

Adjective Clause
 (Out Class V)

                Clause ที่ทำหน้าที่ขยายคำนาม (Noun) หรือสรรพนาม (Pronoun) คือ Adjective clause และถ้าลดรูปแล้วจะได้เป็น Participial phrase หรือ Adjective phrase/ Adjectival phrase

1.การลดรูป Relative clause ที่เป็น Adjective clause ให้เป็นวลี (Phrase) โดยการใช้ V.3 และ V.ing          

                 A) The guy who chattered with Big John through Skype a few days ago was Dave. ลดรูปเป็น          B) The guy chattering with Big John through Skype a few days ago was Dave.  

                หลักการลดรูป         

การพัฒนาทักษะการฟัง ( Out Class IV)

การพัฒนาทักษะการฟัง
( Out Class IV)

               
                คำที่พูดว่า ทำอย่างไรให้ฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง หรือ ทำอย่างไรจึงจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องและทำอย่างไรจึงจะทำให้พูดภาษาอังกฤษได้เก่งเป็นคำพูดที่ผู้คนส่วนใหญ่พูดกันทั้งๆที่เรียนภาษาอังกฤษกันมานานหลายปีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นหลายๆคนยังเสาะหาที่เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจากที่เรียนมาจากโรงเรียนและบางคนผ่านการเรียนมาจากสถาบันการสอนภาษามาแล้วหลายสถาบันแต่ก็ยังไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้สักที บางคนอ่านภาษาอังกฤษได้ดี เข้าใจได้ดี หรือบางคนทำคะแนนไวยากรณ์ได้ดีแต่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เพราะอะไร

                สาเหตุที่สำคัญคือการฟังภาษาอังกฤษให้เก่ง กล่าวคือ เราต้องพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษก่อนและวิธีที่ทำแล้วได้ผลมากที่สุด คือ เราต้องฟังประโยคซ้ำๆหลายๆรอบจนจำขึ้นใจแล้วหัดพูดตาม พยายามออกเสียงให้เหมือนที่สุด ซึ่งอาจจะไม่เข้าใจความหมายหรือคำแปลแต่ก็ไม่เป็นไรขอให้ออกเสียงให้ได้ก่อน เมื่อเราพูดประโยคภาษาอังกฤษเหล่านั้นได้แล้ว เราก็หลุดจากกับดักของไวยากรณ์แล้ว ซึ่งแปลว่าเราได้เข้าสู่วงโคจรของการพูดภาษาอังกฤษได้อย่างอัตโนมัติ หลังจากนั้นจึงค่อยๆฝึกแปลความหมาย เพื่อเพิ่มประโยคภาษาอังกฤษเข้าสู่สมองมากขึ้น เราก็สามารถพูดภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติจากจิตใต้สำนึกได้โดยไม่ติดขัด แล้วจึงมาฝึกหรือแก้ไขคำที่เรามักออกเสียงไม่ถูกต้อง ไม่ชัด ให้พุดได้ถูกต้องและชัดเจนตรงนี้อาจจะอาศัยครูผ้สอนภาษาอังกฤษหรือเพื่อนชาวต่างชาติเพื่อให้เรียนรู้ได้เรียนและมั่นใจในการพูดมากขึ้น

การแปลประโยคต่างๆ (Out Class III)

การแปลประโยคต่างๆ
(Out Class III)

            การแปลเป็นเรื่องที่สำคัญของครูภาษาอังกฤษเพราะครูภาษาอังกฤษนอกจากที่จะต้องมีความรู้และต้องนำมาประยุกต์ใช้ให้ถูกด้าน โดยเฉพาะการแปลที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในขณะสอนหนังสือ ให้คำแนะนำหรือทำอะไรก็ตามเกี่ยวกับตัวภาษา เนื่องจากภาษาอังกฤษมีรูปแบบของประโยคค่อนข้างเยอะจึงต้องศึกษาโครงสร้างต่างๆเพื่อให้ได้แปลถูกต้องตามเจ้าของภาษา

                การแปลประโยค SIMPLE SENTENCE จะแปลง่ายเพราะมีใจความสำคัญเพียงใจความเดียว
                                            - It was raining yesterday evening. เมื่อวานฝนตก
                               - He lent me some money. เขายืมเงินฉันเมื่อวาน

การแปล Clause (Out Class II)

การแปล Clause
(Out Class II)


                Clause คือกลุ่มคำที่มีประธานและส่วนขยายเป็นของตัวเองหรือที่เรียกว่า อนุประโยคและประโยคหลักเพื่อทำหน้าที่ต่างๆกัน วึ่งไม่ต้องสนใจเรื่องชนิดของ Clause ขอเพียงแต่รู้ว่าประโยคไหนเป็น Clause และส่วนไหนคือส่วนขยาย
                Clause มีหลายชนิดที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน ดังนั้นเวลาแปลก็ย่อมแปลแตกต่างกันออกไป ดังนี้
1.              Noun Clause
2.              Adjective Clause
3.              Adverb Clause

การแปล Noun Clause เนื่องจาก Noun Clause
                คือกลุ่มคำที่มีปรานและส่วนขยายเป็นของตัวเองซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้งประธานของประโยค เป็นกรรม       ของประโยค เป็นกรรมของบุพบท อยู่ในตำแหน่งเดียวกับคำนามแต่จะมี relative pronoun นำหน้า      เสมอ ซึ่งจะมีดังนี้ when, where, why, how, who, whom, what, which, whose,                whether, if, that

1.              กรณีเป็นประธานของประโยค
What my father said was true. สิ่งทีพ่อผมพูดเป็นความจริง
When I shall return is uncertain. ผมจะกลับมาเมื่อไหร่ยังไม่รู้เลย
Why the president left is a mystery. ประธานจากไปอย่างไรยังไม่กระจ่าง

2.              กรณีเป็นกรรมของกริยา
I don’t know when he will returnผมไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไร
She says that she won’t studyหล่อนพูดว่าจะไม่เรียนอีกแล้ว

3.              ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุพบท โยจะวาง
                ไว้หลังคำบุพบท
                                There is no meaning in what she says. สิ่งที่หล่อนพุดไม่มีความหมาย
                                He had to manage with whatever he got. เขาต้องจัดการกับสิ่งที่มีอยู่

               
                ตัวอย่างการแปล Adjective Clause คือการแปลอนุประโยคที่ทำหน้าที่ขยายคำนาม
1.              More than forty people who attempted to block vehicles from entering a nuclear power plant were arrested.
มีคนมากกว่า 40 คนผู้ซึ่งพยายามขวางกั้นไม่ให้ยวดยานเข้าไปในโรงงานนิวเคลียร์ถุกตำรวจจับ
2.              Delbert Wilson who authored more than fifty books for young children and the teenagers, died yesterday at the age of fifty-seven.


เครื่องหมายวรรคตอน

                ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในภาษาอังกฤษโดยเฉพาะภาษาเขียนเพราะเครื่องหมายวรรคตอนสามารถบอกถึงความต่อเนื่อง ความสัมพันธ์ ส่วนขยายและการสิ้นสุดข้อความของประโยคได้ ด้วยเหตุที่เครื่องหมายวรรคตอนมีความสำคัญในการแปลจึงต้องเรียนรู้เครื่องหมายวรรคตอนและการใช้ให้ครบถ้วน

Fullstop(.)
                คือเครื่องหมายที่ใช้เมื่อจบประโยคบอกเล่าหรือจบข้อความ
                                I enjoy working here.
                                You can’t stop me.

Comma (,)
            คือเครื่องหมายที่ใช้กับข้อความสั้นๆเพื่อแยกคำหรือวลีในเรื่องเดียวกันเมื่อเขียนติดต่อกันไปตามลำดับและใช้แยกประโยคเพื่อเป็นการอธิบายหรือขยายข้อความที่อยู่ข้างหน้า
                She is, after all, a mere girl.
                “I am very hungry”, said Tom

Colon (:)
            คือเครื่องหมายที่ใช้กับข้อความที่หยุดชั่วขณะเพื่อชี้ให้เห็นว่าข้อความที่อยู่หลังเครื่องหมายนี้เป็นข้อความที่ใช้อธิบายข้อความที่อยู่ข้างหน้าและใช้นำหน้ารายการ
                She said: “Please help me with my work.”
                The teacher I like most is: Mr. Dale, Miss Sona, Mr. Tom.

Semicolon (;)
            คือเครื่องหมายที่ใช้คั่น แยกข้อความหรือคำพูดใน compound sentence
                He was a brave, big-hearted man; and we all honored him.

Question Mark (?)
                คือ เครื่องหมายคำถามจะใช้วางไว้หลังประโยค
                Did she go to the market yesterday?
                Can you speak English?

Dash(-)

            คือเครื่องหมายที่ใช้เพื่อเน้นข้อความที่แทรกเข้ามาในระหว่างเพื่อเป็นการอธิบายเนื้อความเพิ่มเติมหรือการชี้แนะ เช่น If my wife were alive-but why lament the past.

กลยุทธ์ในการเรียนภาษา (Out Class I)

กลยุทธ์ในการเรียนภาษา
                                        (Out Class I)

                การเรียนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อบุคคลที่ต้องการความรู้ความสามารถคุณธรรมเพราะในการเรียนผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้ต่างๆจากมากมายในการเรียนการสอนโดยส่วนใหญ่จะเน้นไปทางเนื้อหาซึ่งแตกต่างกับการเรียนภาษาอังกฤษที่ต้องพึ่งมีทั้งตัวเนื้อหาและทักษะที่ผู้เรียนหรือผู้ปฏิบัติพึงมี ในการเรียนภาษานี้ใช่ว่าจะเอาแต่คนที่ไม่เนื้อหาหรือมันทักษะเพียงอย่างเดียวแต่ต้องเอาบุคคลที่มีทั้ง 2 อย่างมาส่งเสริมพัฒนาปรับปรุงให้เกิดคุณสมบัติทั้งสองด้านอย่างครบถ้วนแต่ในปัจจุบันกลับพบปัญหาในการเรียนอย่างมากจนทำให้เด็กหรือคนที่กำลังศึกษาเล่าเรียนไม่ได้ผลตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งไว้
                เมื่อพูดถึงปัญหาทางการเรียนภาษาเราสามารถพูดได้คำเดียวกันเลยว่าเกิดปัญหายังมากมายทั้งที่ในปัจจุบันมีสื่อสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนอย่างมากมายเช่นหนังสือพิมพ์โทรทัศน์เว็บไซต์ต่างๆแต่ก็ไม่ได้ยกระดับการเรียนภาษาขึ้นมาเลยซึ่งเราสามารถจำแนกปัญหาเป็น 2 ปัจจัยคือปัจจัยภายนอกหรือปัจจัยภายในซึ่งต่างมีลักษณะที่แตกต่างกันไป

Learning Log (In class VIII)

Learning Log
(In class VIII)

                การเรียนการสอน เรื่อง การแปล เป็นการเรียนการสอนที่ไม่มีวันจบสิ้น เพราะมีเหตุการณ์ มีเรื่อราวต่างๆเดขึ้นมากมาย ดังนั้นการรู้บริบทหรือลักษณะการแปลต่างๆจะทำให้เราสามารถเข้าใจเนื้อหา บริบทมากขึ้น โดยเฉพาะวันนี้จะเป็นการทบทวนเนื้อหาและสอนวิธีการแปลประโยคที่เป็น NOUN CLAUSE  ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในเรื่องอนุประโยค
          Noun Clause เป็นอนุประโยคชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เสมือนคำนาม ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งประธาน กรรม กรรมของบุพบทและภาคแสดง ในแต่จะส่วนจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน


                   ประธาน                     That I love you is not true.
                   กรรม                         I think that is a good teacher.
                   ภาคแสดง                   They are whom you want to meet.

          ซึ่งสังเกตได้ว่าส่วนที่ขีดเส้นใต้จะเป็น NOUN CLAUSE  และมีการวางที่ตำแหน่งต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับหน้าที่ของมัน อีกข้อสังเกต คือ NOUN CLAUSE  ที่มี Clause Marker ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนคำเชื่อม จะมีดังนี้


          What (สิ่งที่สิ่งซึ่ง)            that (ที่ที่ว่าว่า)      whether/if (หรือไม่หรือเปล่า)
         
          Who/whom (บุคคล)        How (อย่างไร)        when (เมื่อไร)
         
          Where (ที่ไหน)                why (ทำไม)           whose (ความเป็นเจ้าของ)

          How much/how many (ถามจำนวน)


          การพัฒนาทักษะในอาทิตย์นี้ ข้าพเจ้าได้พัฒนาทักษะการฟังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการกระทำทุกวัน โดยมีการฟังเพลง การดูหนังและการดูข่าว โดยปกติแล้วข้าพเจ้าจะเปิดเพลง เช้า –เย็น แต่ในอาทิตย์นี้ได้วางตารางให้ตัวเองว่าต้องดูหนังคืนละ 1 เรื่อง และต้องดู 2 รอบ รอบแรกจะมี Subtitle รอบที่สองไม่มี Subtitle ซึ่งในการดูหนังแต่ละเรื่องต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ต้องมีสติ เงียบ พยายามฟังเพราะสำเนียงฟังยากมาก ยอมรับว่าครั้งแรกๆฟังไม่รู้เรื่องแม้แต่ทำเดียวแต่ฟังพอหลายๆรอบก็เริ่มฟังออก จำประเด็นได้ซึ่งวางแผนไว้เป็นเวลา 2 เดือนว่าจะมาตรวจสอบพัฒนาการในตัวเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยการฟังเพลงแล้วเขียนตามคำศัพท์ที่ได้ยิน

If clause (In class VII)

If clause
(In class VII)

                การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ดีต่อผู้เรียนเพราะจะทำให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะด้านต่างๆเพิ่มคุณธรรมจริยธรรมและยังเพิ่มศักยภาพด้านต่างๆจึงในการเรียนรู้จะต้องมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนโดยเฉพาะในห้องเรียนที่ผู้เรียนจะต้องตั้งเป้าหมายแล้วว่าพรุ่งนี้จะเรียนรู้อะไรบ้างอย่างไรเช่นวันพรุ่งนี้เดี๋ยวจะมีการเรียนเรื่อง if-clause ผู้เรียนบางคนกินนั่งทบทวนเรื่องที่จะเรียนมาก่อนแล้ว เพื่อให้เข้าใจอย่างรวดเร็วและง่ายเลยหากมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจในส่วนใดก็สามารถชะอำครูผู้สอนได้เช่นเดียวกับกับผมที่แต่ละครั้งในรายวิชาการแปล 1 จะมีการทบทวนก่อนที่จะเรียนในวันถัดไป

Time clause (In clause VI )

Time clause

(In clause VI )


                 Time clause หรือที่เรียกกันว่า adverb clause of time เป็นหนึ่งใน Adverb clause ซึ่งเรามีการใช้อย่างมากมายทั้งใน compound sentences complex sentences and compound complex sentences ซึ่งในการใช้มีทั้งการใช้รูปแบบเต็มประโยคและลดรูปและมีการใช้ที่ผิดอย่างบ่อยครั้งดังนั้นในวันนี้จึงได้มีการเรียนการสอนในเรื่องนี้
                กฎการลดรูปมีมากมายหลายกฎเกณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับมีดังนี้
1.             ประธานใน main clause กับประธานของ adverb clause เป็นประธานตัวเดียวกันเมื่อลดรูปต้องเปลี่ยน verb ใน adverb clause เป็น verb เติม –ing

โค้ชทางภาษา (In class V)

โค้ชทางภาษา
(In class V)

                การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องทั่วไปธรรมดาที่ทุกคนต้องพบเจอบางคนได้รับสาระเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่ บางคนได้เพียงเล็กน้อยแต่ถึงอย่างไรผู้เรียนเหล่านั้นก็จะเอาไปลงคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มความรู้ให้กับตัวเอง เผื่อเพื่อให้ตนเองภาษาอังกฤษมากขึ้นบางครั้งในการเรียนพิเศษคนส่วนใหญ่ใช้เรียนแล้วลืมแล้วลืมเปลี่ยนแล้วไม่กินขึ้นอื่นแล้วเสียงเงินฟรีซึ่งในแต่ละครั้งก็มีแต่การท่องจำซับสงสัยเนื้อหาทักษะอย่างอื่นเลยพอจบก็ไม่เหลือความรู้สักนิด ซึ่งกระผมเองคิดว่า ภาษาคือทักษะซึ่งมันจะต้องรับการฝึกการเขียนการอ่านการพูดซึ่งล้วนแต่ต้องใช้การฝึกทั้งนั้น และถ้าหากเราไปเรียนกับครูจะได้แค่ความรู้ทางวิชาการดังนั้นตอนนี้ภาษาที่ดีมันต้องมีโค้ดซึ่งเหมาะว่าไปเรียนกับอาจารย์
                เมื่อกล่าวถึงโค้ดทางภาษาซึ่งจะมีในทุกทุกที่แต่ผมขอแบ่งเป็น 3 โซน คือ

สังคมไทยและสภาพการศึกษาสังคมไทย (IN class IV)

สังคมไทยและสภาพการศึกษาสังคมไทย
(IN class IV)

                สังคมไทยและสภาพการศึกษาสังคมไทยในยุคนี้เป็นยุคที่กำลังได้รับการแก้ไขปรับปรุงสิ่งต่างๆอย่างมากมายซึ่งมีการกระทำเช่นนี้มาเป็นเวลานานหลายปีคณะรัฐมนตรีต่างออกกฎหมายหลายหลายฉบับที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศแต่ในความเป็นจริงแต่ในความเป็นจริงการศึกษากับดูแย่ลงซึ่งมีด้วยกันหลายเหตุผลที่บอกว่าและตอบคำถามได้ว่าทำไมได้ทราบถึงเป็นแบบนี้วันนี้เรามาดูถึงระบบของการศึกษาในปัจจุบัน
                ในอยู่นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2558 ได้มีนโยบายทั่วไปห้านโยบายซึ่งจะเน้นการพัฒนาการศึกษาอย่างเต็มความสามารถซึ่งในการพัฒนาและปฏิรูปนักศึกษาจะต้องยึดหลักการส่วนร่วมมีการกระจายอำนาจในความต้องการของทุกภาคส่วนในสังคม การสร้างโอกาสทางการศึกษาในสังคมซึ่งจะต้องมีความเท่าเทียมและเป็นธรรมโดยน้อมนำแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและนำเทคโนโลยีสาระ

Tense (In class III)

Tense
(In class III)


            ในปัจจุปันภาษาอังกฤษเข้ามามีอิทธิพลต่อคนบนโลกอย่างมาก ซึ่งอาจพูดว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองของโลก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร รวมไปถึงการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งภาษาอังกฤษเป็นหลักสูตรการศึกษาแกนกลางของทุกระดับเป็นภาษาที่สองรองมาจากภาษาแม่หรือภาษาประจำชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่สังคมสอนภาษาอังกฤษโดยเน้นหลักไวยากรณ์มากกว่าการสนทนาที่กำลังมีบทบาทอย่างมากแต่ถึงจะสอนหรือปลูกฝังมานานเท่าใดเด็กไทยก็ไม่สามารถนำความรู้ทางไวยากรณ์มาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมแต่สำหรับครูผู้สอนภาษาอังกฤษหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับภาษาต่างรู้ถึงความสำคัญของหลักไวยากรณ์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญในการแปลนั้นคือ Tense ที่จะสามารถบอกอะไรกับเราได้หมายอย่างเช่น เกิดขึ้นตอนไหน เกิดขึ้นอย่างไร ผ่านมาแล้วหรือยัง
           

การปรับปรุงแก้ไขปัญหาทางภาษาของตนเอง (In class II)

การปรับปรุงแก้ไขปัญหาทางภาษาของตนเอง
(In class II)

                การเรียนภาษาเป็นการเรียนที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะเห็นผลซึ่งในแต่ละเนื้อหาไวยากรณ์และคำศัพท์ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้นจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้อีกครั้งมีทักษะอีก 4 ทักษะเพื่อฝึกความสำเร็จชำนาญในการใช้ภาษาอย่างถูกต้องคล่องแคล่วและว่องไวคือฟังพูดอ่านเขียนซึ่งตัวกระผมมีปัญหาต่างๆดังนี้
                ด้านตัวเนื้อหาเนื่องจากเนื้อหาประกอบด้วย 2 ส่วนคือตัวไวยากรณ์และคำศัพท์ซึ่งกับผมมีปัญหาที่ตัวไวยากรณ์โดยส่วนใหญ่เพราะเป็นคนที่ติดกับโครงสร้างภาษาไทยเวลาได้รับหรือให้เขียนบทความเรียงความประโยคส่วนใหญ่จึงเป็นโครงสร้างภาษาไทย โดยวิธีการแก้ไขที่ข้าพเจ้ากำลังจะทำอยู่คือการทำข้อสอบเยอะเยอะซึ่งเป็นข้อสอบที่มีไวยากรณ์ผสมผสานกันไปแล้วผลจากการทำข้อสอบคือการรู้ความหมายของคำศัพท์มากขึ้นได้เห็นตัวไวยากรณ์มากขึ้น